“สิวที่หลัง” เกิดจากอะไร แก้ไขยังไงที่นี่มีคำตอบ

สิวที่หลัง ดูเหมือนจะสร้างความอับอายให้คุณสาวๆน้อยกว่าสิวชนิดอื่นๆด้วยเกิดที่หลังพอใส่เสื้อผ้าก็ไม่มีคนเห็น แต่ปิดยังไงตัวเองก็รู้อยู่ดี แถมวันดีคืนดีจะสวมเสื้อผ้าโชว์แผ่นหลังกับเขาก็ไม่ได้นอกจากนี้เวลาที่สิวอักเสบเสียดสีกับเสื้อผ้ายิ่งสร้างความเจ็บปวดและอักเสบมากไปใหญ่ ปัญหาเรื่องสิวที่หลังจึงไม่ใช่ปัญหาเล็กอีกต่อไป ทางที่ดีเรามาลองให้ความสำคัญและใส่ใจดูแลรักษากันหน่อยดีไหม

Credit Photo Kapook.com

สิวที่หลัง เกิดจากอะไร

สิวที่หลังเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งบางสาเหตุเราแทบไม่รู้เลยด้วยซ้ำ นั่นคือ

  1. การทานอาหารประเภทผัดๆทอดๆ มันๆจนทำให้เกิดสภาวะผิวมัน สิวจึงเกิดที่หลังง่ายขึ้น
  2. นอนบนเครื่องนอนไม่สะอาด เนื่องจาก ปลอกหมอน ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน เป็นสิ่งที่เราต้องสัมผัสแต่ละคืนนานมาก หากไม่ทำความสะอาดบ่อยๆก็จะเกิดการสะสมของสิ่งสกปรก และเชื้อแบคทีเรียได้
  3. ใส่ชุดนอนซ้ำ บางคนที่ชอบสวมชุดนอนซ้ำ 2-3 วัน โดยไม่เปลี่ยน จะทำให้เกิดการอับชื้นสะสมแบคทีเรียและคราบสกปรกเอาไว้ เมื่อคราบสกปรกสะสมมากขึ้นเรื่อยๆจะทำให้เกิดสิวที่หลังได้
  4. 4. สวมใส่ผ้าเนื้อหนาที่ระบายอากาศได้ไม่ดี ซึ่งจะทำให้เกิดการอับชื้นจนนำไปสู่การเกิดเชื้อแบคทีเรีย เหงื่อ คราบสกปรก สุดท้ายก็เกิดการอุดตันของรูขุมขน จนก่อให้เกิดสิวขึ้น
  5. อาบน้ำอุ่น ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่อาบน้ำอุ่นก็ทำให้เกิดสิวที่หลังได้ ทางที่ดีแนะนำให้อาบน้ำเย็นในอุณหภูมิปกติจะดีกว่า
  6. 6. ใช้สบู่เหลวเนื่องจากสบู่เหลวมักมีความเข้มข้นมากกว่าจึงชำระล้างออกได้ยาก เมื่อล้างไม่สะอาดสิ่งสกปรกจะตกค้างอยู่บนผิว จนเกิดการอุดตันของรูขุมขนนำไปสู่การเกิดสิวในท้ายที่สุด
  7. 7. แชมพูหากคุณเป็นคนชอบอาบน้ำแล้วจึงค่อยสระผม แชมพูที่ไหลลงไปที่แผ่นหลังอาจทำให้ล้างไม่สะอาดหมดจดและเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้
  8. หลังอาบน้ำสระผมเสร็จเช็ดผมไม่แห้ง ซึ่งการทำแบบนี้ผมที่เปียกน้ำจะสัมผัสกับแผ่นหลังของตัวเอง จนทำให้เปียกชื้นและเป็นสิว
  9. ปล่อยร่างกายให้สกปรก เมื่อร่างกายมีเหงื่อไคลมากกลับปล่อยให้แห้งไปกับตัวแบบนี้จะทำให้อุดตันกลายเป็นสิวได้
  10. ใช้ผงซักฟอกที่มีฤทธิ์แรงในการซักเสื้อผ้าและผ้าปูที่นอนหากใช้ผงซักฟอกแรงเกินไป จะเกิดการระคายเคืองของผิวหนังและลดการเกิดสิวที่หลัง
Credit Photo Kapook.com

วิธีรักษาสิวที่หลัง

เมื่อเกิดสิวที่หลังสามารถรักษาได้ด้วยตัวเอง ด้วยวิธีการง่ายๆ ได้แก่

  1. หลีกเลี่ยงการขัด ถู ผิวหนังอย่างรุนแรง เพราะยิ่งรุนแรงกับผิวมากเท่าไหร่ สิวก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
  2. ใช้สำลีชุบโทนเนอร์เช็ดบริเวณที่เป็นสิวหลังอาบน้ำทุกวันยิ่งเป็นโทนเนอร์สำหรับผิวที่เป็นสิวโดยเฉพาะ ยิ่งดี
  3. ใช้ยาทาแต้มหัวสิวแต้มที่บริเวณที่เป็น ซึ่งยาที่ได้รับความนิยมมีอยู่หลายยี่ห้อ เช่น Dr. Young Spot Stop Serum, Clinda M, Benzac AC, Smoot E Acne Hydro Gel เป็นต้น
  4. ใช้ทายาแป้งรักษาสิวยานี้มีลักษณะคล้ายแป้งน้ำสำหรับทาเพื่อรักษาสิวที่หลังโดยเฉพาะ เมื่อทาแล้วจะทำให้สิวหลุดง่าย แต่อาจต้องใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์
  5. รับประทานยารักษาสิวซึ่งยาที่ใช้ควรเป็นยาในกลุ่มกรดวิตามินเอ จะช่วยทำให้สิวแห้งและยุบตัวได้ภายใน 2-4 สัปดาห์

การรักษาสิวที่หลังทำได้ก็จริง แต่อาจต้องใช้เวลานานเพราะส่วนใหญ่เป็นการรักษาที่ปลายเหตุ ดีที่สุดจึงควรป้องกันไม่ให้เกิดสิวขึ้นมาตั้งแต่แรกด้วยวิธีรักษาความสะอาดและดูแลตัวเองไม่ให้เกิดสิวข้างต้น

 

รับข่าวสาร สุขภาพแ ละความงาม Line@beauty.good

14bfe37d26cceba0dd87acb5862d4e94.jpg