“จดลิขสิทธิ์โลโก้” เรื่องง่ายๆ ที่ทำได้ด้วยตัวเอง

รู้หรือไม่โลโก้ไม่ถือเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ แม้ว่าชื่อตราสินค้าหรือโลโก้นั้นถูกได้รับการออกแบบมาก็ตาม แต่ในทางกฎหมายนั้นยังถือว่าโลโก้เป็นงานสร้างสรรค์ที่ไม่เพียงพอต่อการคุ้มครองซึ่งแตกต่างจากงานเขียนอื่นๆ เช่น บทความ ภาพถ่าย นวนิยายหรือเรื่องสั้น เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะได้รับการคุ้มครองสิทธิ์ทันทีเพราะถือเป็นงานสร้างสรรค์อันมีลิขสิทธิ์แตกต่างจากโลโก้อย่างสิ้นเชิง

แม้ว่าโลโก้จะถูกประดิษฐ์คิดค้นสร้างสรรค์หรือใช้งบประมาณในการจัดทำโลโก้ไปเท่าใดเพราะในแง่ของกฎหมายโลโก้หรือชื่อ      แบรนด์เป็นเพียงเครื่องหมายการค้าเท่านั้น โลโก้ถูกจัดให้เป็นตัวแทนที่จะบอกว่านี่เป็นชื่อแบรนด์สำหรับขายของอะไรประเภทไหน

ดังนั้นโลโก้จึงไม่ใช่งานที่มีลิขสิทธิ์ ฉะนั้นย่อมเป็นการง่ายต่อผู้อื่นในการทำซ้ำหรือลอกเลียนแบบชื่อและตราสินค้าโลโก้ของคุณ สิ่งเดียวที่สามารถแก้ไขเรื่องการทำซ้ำลอกเลียนแบบและดัดแปลงโลโก้ทำได้คือ การนำโลโก้ที่สร้างสรรค์ขึ้นไปจดลิขสิทธิ์ หรือเรียกง่ายๆ ว่าจดลิขสิทธิ์โลโก้เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นมาทำซ้ำดัดแปลงแอบอ้างหรือลอกเลียนแบบโลโก้ของเรานั่นเอง โดยขั้นตอนการจดลิขสิทธิ์โลโก้นั้นมี 4 วิธี ดังนี้

  1. ออกแบบโลโก้ ก่อนที่จะจดลิขสิทธิ์โลโก้ขั้นตอนแรกคือ การออกแบบตั้งแต่ชื่อแบรนด์ รูปภาพสัญลักษณ์ที่เป็นตัวแทนแบรนด์เรียกรวมๆ ว่า โลโก้ จะด้วยวิธีการวาดโลโก้เองหรือด้วยการจ้างผู้เชี่ยวชาญก็ตาม เมื่อได้ภาพโลโก้และชื่อแบรนด์มาแล้วก็ถือว่าขั้นตอนการออกแบบโลโก้เป็นอันเสร็จสมบูรณ์
  2. ตรวจสอบโลโก้ ขั้นตอนต่อมาคือการตรวจสอบโลโก้ว่าชื่อและตราสัญลักษณ์ที่ออกแบบมานั้นไปซ้ำกับของผู้อื่นหรือไม่ ทั้งนี้ครอบคลุมถึงชื่อโลโก้ที่ถูกจดเรียบร้อยแล้วและชื่อที่อยู่ระหว่างการขอจดทะเบียน หากพบว่าชื่อเหมือนหรือคล้ายกันก็ถือเป็นอันโมฆะ โดยสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เข้าไปตรวจสอบที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์หรือตรวจสอบลิขสิทธิ์โลโก้ผ่านทางเว็บไซต์ ipthailand.go.th ซึ่งมีค่าธรรมเนียมในการตรวจสอบชั่วโมงละ 200 บาท
  3. ยื่นจดลิขสิทธิ์โลโก้ เมื่อตรวจสอบด้วยตนเองแล้วพบว่าชื่อโลโก้ไม่ซ้ำกับของผู้อื่น สามารถดำเนินการต่อโดยการยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในกรณีที่แบรนด์ของคุณใช้สำหรับขายสินค้าหรือเครื่องหมายบริการในกรณีที่แบรนด์หรือโลโก้ของคุณใช้สำหรับให้บริการ เช่น บริการท่องเที่ยว บริการโรงแรมและบริการโฆษณา เป็นต้น

 

การยื่นจดลิขสิทธิ์โลโก้สามารถทำได้หลายช่องทางดังนี้

  • สามารถยื่นขอจดลิขสิทธิ์โลโก้ ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ กลุ่มงานบริการตรวจรับคำขอ ชั้น 3
  • สามารถยื่นขอจดลิขสิทธิ์โลโก้ ณ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ในกรณีที่อยู่ต่างจังหวัดและไม่สะดวกเดินทางมากรุงเทพฯ
  • สามารถยื่นขอจดลิขสิทธิ์โลโก้ผ่านทางไปรษณีย์โดยเลือกส่งแบบลงทะเบียนตอบรับ สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางไปจดลิขสิทธิ์โลโก้ในตัวจังหวัด
  • สามารถยื่นขอจดลิขสิทธิ์โลโก้ผ่านทางอินเตอร์เน็ท โดยสามารถเข้าไปที่ ipthailand.go.th

ซึ่งทั้งนี้สามารถขอแบบฟอร์มการขอจดลิขสิทธิ์โลโก้ได้ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาหรือดาวน์โหลดที่ http://www.ipthailand.go.th/images/1_1_KOR_01__01_.pdf พร้อมแนบหลักฐานประกอบโดยมีค่าธรรมเนียมการจดลิขสิทธิ์โลโก้คิดเป็นรายการสินค้าอย่างละ  1,000 บาท

 

  1. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบโลโก้ เมื่อเรายื่นเรื่องขอจดลิขสิทธิ์โลโก้แล้วเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบโลโก้หรือชื่อแบรนด์ซ้ำอีกทีว่าเหมือนหรือคล้ายกับของผู้อื่นที่จดแล้วหรือไม่ และตรวจสอบเพิ่มเติมว่า
  • โลโก้ที่ถูกออกแบบมานั้นมีลักษณะบ่งชี้แยกแยะตัวสินค้าหรือไม่
  • โลโก้บ่งบอกแหล่งที่มาของสินค้าหรือไม่
  • โลโก้บ่งบอกคุณภาพของสินค้าหรือไม่

หากไม่มีข้อผิดพลาดนายทะเบียนผู้รับจดลิขสิทธิ์โลโก้จะแจ้งผลอนุมัติรับจดทะเบียนโลโก้ เมื่อได้รับการจดทะเบียนลิขสิทธิ์โลโก้อย่างถูกต้อง โลโก้ของคุณก็จะถือเป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการนั่นเองและที่สำคัญอย่างแน่นอนคือไม่สามารถมีผู้ใดมาลอกเลียนแบบและแอบอ้างชื่อแบรนด์ของคุณ จะเห็นได้ว่าขั้นตอนการจดลิขสิทธิ์โลโก้อาจจะยุ่งยากสักนิดแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถทำได้เพราะการจดลิขสิทธิ์โลโก้เป็นสิ่งที่พึงทำและไม่ควรละเลย เพราะจดลิขสิทธิ์โลโก้เป็นเรื่องง่ายที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ด้วยตนเอง

บทลงโทษกรณีเลียนแบบเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

รับข่าวสาร สุขภาพแ ละความงาม Line@beauty.good

 

14bfe37d26cceba0dd87acb5862d4e94.jpg