ระวัง! หน้าพังเพราะติดสเตียรอยด์จาก”ครีมลดฝ้า” สิว รีบแก้ก่อนสายเกิน

สิวบุก เป็นฝ้าหน้าดำผลข้างเคียงจากอาการ ‘ผิวติดสเตียรอยด์’ จากครีมลดฝ้าลดสิว นับเป็นปัญหาผิวที่น่ากลัวที่สุด เพราะคนเป็นมักไม่รู้ตัว คิดว่าเป็นสิวเป็นฝ้าธรรมดา กว่าจะรู้ก็สายเกินแก้ กลายเป็นคนสิวขึ้นเต็มใบหน้า เป็นฝ้าเรื้อรังรักษายังไงก็ไม่หายเสียที คนที่เคยเป็นจะทราบดีว่าต้องทนทุกข์ทรมานขนาดไหน และเพื่อไม่ให้สาวๆต้องมาทนทุกข์กับอาการแบบนี้เราจึงถือโอกาสเจาะลึกถึงปัญหาของอาการผิวติดสเตียรอยด์ และวิธีดูแลผิวติดสเตียรอยด์อย่างถูกต้องมาฝากกัน

อาการผิวติดสเตียรอยด์เกิดจากอะไร

อาการผิวติดสเตียรอยด์ส่วนมากมักมาจาก ครีมที่ช่วยให้ผิวขาวหรือครีมลดฝ้าลดสิว ที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่มีการยื่นจดทะเบียน อย. รวมทั้งการใช้เลข อย ปลอม ซึ่งครีมเหล่านี้มักแอบผสมสเตียรอยด์ เพื่อช่วยให้ฝ้า สิวหายเร็วทันใจ หน้าเนียนใสรวดเร็วแบบไม่น่าเชื่อ และมักจำหน่ายในราคาถูกเกินห้ามใจ หากใช้ไม่นานยังพอได้แต่ถ้าใช้ต่อเนื่องระยะยาวจะทำให้เกิดอาการติดสเตียรอยด์ โดยหลังหยุดใช้จะทำให้ผิวทำงานผิดเพี้ยนไปจากเดิม มีผลทำให้ผิวบางลงเรื่อยๆ จนเกิดอาการผิวแพ้ง่ายและไวต่อแสงแดดอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้เกิดปัญหาฝ้า กระ รอยดำและสารพัดสิวโจมตีแบบไม่หยุดหย่อน จนสุดท้ายแทบไม่อยากส่องกระจกเลย ที่สำคัญรักษาให้กลับมาเป็นปกติยากมาก

อาการของผิวติดสเตียรอยด์ที่พบบ่อย

  1. ผิวไวต่อแสงแดด ผิวคล้ำเสียง่าย
  2. เกิดฝ้า กระ ทั่วใบหน้า
  3. ผิวแพ้ง่าย ใช้อะไรก็แพ้
  4. เกิดรอยดำชนิดถาวร
  5. เป็นสิวเห่อทั่วใบหน้า
  6. มีเม็ดผดผื่นขึ้น
AD

จะรักษาผิวติดสเตียรอยด์อย่างไร

ผิวติดสเตียรอยด์จะอ่อนแอมาก ภูมิคุ้มกันตัวเองน้อยมาก เหตุเพราะสเตียรอยด์ไปกดภูมิผิวเอาไว้ การรักษาจะต้องค่อยเป็นค่อยไป อาจจะนานพอสมควร เพราะต้องฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันเหมือนเดิม ส่วน วิธีรักษาจริงๆไม่ยากเลย เพียงต้องอ่อนโยนกับผิวมากๆ ดูแลให้ความชุ่มชื้นเยอะๆ อย่าทำให้ผิวระคายเคือง ให้ผิวค่อยๆ สร้างภูมิคุ้มกันที่หายไปกลับมาใหม่ และค่อยๆ ถอนสเตียรอยด์ออก ด้วยวิธีการ

1. พิจารณา skincare ทั้งหมดที่ใช้อยู่ ควรเลือกใช้ทุกอย่างที่อ่อนโยน มอบความชุ่มชื้นให้ผิว พยายามใช้ให้น้อยชิ้นที่สุด

2. ใช้ยาถอนสเตียรอยด์ ใช้ยาแก้แพ้ Elidel (ตัวนี้ไม่มีเสตียรอยด์ น่าจะประมาณ 800-1000 บาท ซื้อที่ร้านขายยา) ทาก่อนครีมบำรุง บางๆ บริเวณที่ระคาย เคือง หากคันมาก ทาทุกวันก่อน แล้ว 1 อาทิตย์ค่อยๆ ลดลงเป็นวันเว้นวัน แล้วค่อยลดลงเป็นอาทิตย์ละ 2 ครั้ง อาทิตย์ละครั้ง แล้วค่อยๆ หยุด หากยังมีอาการแพ้ หรือคันมากๆ Elomet ตัวนี้จะมีสเตียรอยด์อ่อนๆ แต่ถ้าผิวแพ้ระคายหนักมากจริงๆ ก็จำเป็นต้องใช้เพื่อบรรเทาอาการไปก่อน เมื่ออาการ ดีขึ้น ให้สลับมาใช้ Elidel แทน โดยปกติจะใช้แค่ 3 วันน่าจะเห็นผลค่อยๆ ลดลง ทาแค่ 2 วัน แล้วหยุด ช่วงแรกๆ อาการอาจแย่ ให้ใจแข็ง อดทน เพื่อให้ผิวเริ่มเข้าใจว่าต้องอยู่ให้ได้ถ้าไม่มียา ผิวจะสร้างความแข็งแรงขึ้นเอง สำคัญมากๆ คือต้องค่อยๆ ถอนยาแก้แพ้ออก **อย่าหยุดยาทันทีแบบหักดิบ**

3. ดูแลตัวเองจากภายใน

– ไม่เครียด

– นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

– ไม่จับ แกะ เกา สิวหรือผื่น

– ห้ามล้างหน้าเกิน 2 ครั้งต่อวันและห้ามใช้น้ำอุ่นล้างหน้า

– ดื่มน้ำเยอะๆ วันละ 8-10 แก้วต่อวัน

– รักษาความสะอาดของใช้รอบกาย อย่าง หมอน ผ้าห่ม

– ห้ามล้างหน้าเกิน 2 ครั้งต่อวัน

– กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้น ผักผลไม้ ลดแป้ง ยีสต์ ขนมปัง เบเกอรี่ ขนมหวานๆ ของมันของทอด

– ใช้อาหารเสริมพวก Evening Primrose Oil และ Fish Oil มี Omega 3 และ 6 ที่จำเป็นกับผิว จะช่วยให้ผิวแข็งแรง ชุ่มชื้น มีภูมิคุ้มกันจากภายใน อาจใช้ Blackmores และ Nutrimaster ถ้าผิวเป็นหนักให้ทานแบบ 1000 mg อย่างละเม็ดต่อวันเพื่อฟื้นฟูเต็มที่

                ถึงอาการผิวติดสเตียรอยด์เพราะใช้ครีมลดฝ้า สิวจะรักษาได้ยากแต่หากอดทนและค่อยๆเป็นค่อยๆไปเชื่อว่าหน้าสวยๆต้องกลับมาเป็นของคุณอีกครั้งแน่นอน

รับข่าวสาร สุขภาพและความงาม Line@beauty.good 

14bfe37d26cceba0dd87acb5862d4e94.jpg