หยุด!หน้าพัง เลือกใช้”ครีมรักษาฝ้าที่ผ่าน อย” ดีที่สุด

เมื่อเป็นฝ้าเชื่อแน่ว่าสาวๆทุกคนต้องกังวลและต้องการหาครีมที่ดีที่สุดมารักษาเพื่อให้ได้ผลเร็ว แต่อาจมองข้ามเรื่องความปลอดภัยไป จนอาจทำให้เกิดปัญหาใหม่ที่ร้ายแรงตามมา นั่นคือ “หน้าแพ้เสตียรอยด์”จนทำให้ผิวหน้าบอบบางเกิดฝ้าเข้มมากกว่าเดิมเมื่อหยุดใช้ ซึ่งหากไม่อยากให้ปัญหานี้เกิดขึ้นคงต้องเลือกใช้ครีมรักษาฝ้าที่ผ่าน อย ดีที่สุด

ครีมทาฝ้ามีสร้างปัญหาได้อย่างไร?

ส่วนใหญ่ครีมทาฝ้าที่สร้างปัญหาจะเป็นครีมทาฝ้าที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริงประเภท “ฝ้าหายได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ หรือหายได้ภายใน 7 วัน” เป็นต้น ซึ่งความเป็นจริงจะไม่มีครีมที่ปลอดภัยตัวไหนสามารถทำได้แน่นอน ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการผสมสารเคมีอันตราย ที่สามารถยับยั้งเมลานินหรือรอยฝ้าให้จางหายได้ในเวลาอันสั้น แต่ผลร้ายที่ตามมาหน้าจะบาง ไวต่อแสง รอยฝ้าชัดขึ้นเรื่อยๆ หน้าอาจพังเสียหายจนยากที่จะแก้คืนมาได้

 สารเคมีในครีมทาฝ้าเถื่อน มีส่วนประกอบอะไร

  1. ไฮโดรควิโนน

สารตัวนี้นิยมใส่กันมากในครีมหน้าขาวหรือครีมทาฝ้าเถื่อน เพราะสามารถออกฤทธิ์ไปยับยั้งกระบวนการสร้าง เมลานินได้อย่างดี จนทำให้ผิวหน้าหน้าขาว รอยด่างดำ ฝ้า และกระ จางหายเร็ว แต่เพราะเป็นสารที่ทำให้เกิดปฏิกิริยากับแสงแดดได้ไวมาก เมื่อหยุดใช้ทันทีจะทำให้ผิวหน้าคล้ำลงกว่าเดิม จึงทำให้ไฮโดรควิโนนได้ถูกสั่งห้ามใส่ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่วางจำหน่ายทั่วไป  (อาจมีในคลินิกที่จ่ายยารักษาฝ้าโดยแพทย์ ซึ่งจ่ายยาตามความเหมาะสม)

  1. สารปรอทแอมโมเนีย

สารปรอทแอมโมเนียก็เป็นอีกตัวที่มีการผสมในครีมทาฝ้าเถื่อนเช่นกัน โดยสารชนิดนี้สามารถเข้าสู่ผิวหนังได้อย่างรวดเร็ว และจะไปช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้หน้าขาวได้ภายใน 3-7 วัน แต่เมื่อหยุดใช้หน้าก็กลับมาดำคล้ำเช่นเดิม บางรายหากแพ้มาก สิวอาจเห่อปะทุไปทั่วหน้า หน้าบวมแดง บางรายถึงขั้นคลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเป็นเลือด และไตวายกันเลยก็มี

วิธีเลือกครีมทาฝ้าแบบปลอดภัย

  1. เป็นครีมรักษาฝ้าที่ผ่าน อย

ทุกครั้งที่เลือกซื้อครีมทาฝ้าต้องดูว่ามี อย. หรือไม่ ถ้าไม่มีให้ผ่านเลยไป แต่ถ้าจะให้ชัดเจนไปอีกคือการดูเลขที่จดแจ้ง อย. โดยสามารถเช็คเลขได้ตามเว็ปไซต์ http://goo.gl/A05ps6 นี้

  1. 2. เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ

นอกจากดู อย. แล้ว ครีมทาฝ้าที่สกัดมาจากธรรมชาติก็ให้ความปลอดภัยได้เช่นกัน ซึ่งอาจมีส่วนผสมมาจากหัวไชเท้า ส้มมะขาม รากปอสา ว่านหางจระเข้ หรือแก่นมะหาด ฯลฯโดยสมุนไพรเหล่านี้จะมีฤทธิ์ในการช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดำ ได้อย่างดี แถมไม่เป็นอันตรายต่อผิว

  1. 3. ไม่เลือกครีมทาฝ้าที่ให้ผลเร็วเกินไป

จริงอยู่ว่าการเลือกครีมทาฝ้าที่ให้ผลเร็วอาจทำให้ใบหน้าขาวใสได้ตามต้องการชั่วขณะ แต่เมื่อเทียบกับผลเสียที่ทำให้หน้าบางลง และเกิดรอยฝ้าชัด เข้ม แก้ไม่หาย แบบนี้ไม่คุ้มแน่นอน

  1. ดูฉลาก ส่วนผสม วัน/เดือน/ปี ที่ผลิต

ก่อนเลือกซื้อครีมรักษาฝ้าควรตรวจดูฉลาก ส่วนผสม และ ว/ด/ป ที่ผลิตที่แจ้งบนครีมทาฝ้านั้นๆให้ถี่ถ้วน เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง

ปัญหารอยฝ้าที่เกิดขึ้นจากเคมีจะหมดไป..เมื่อคุณฉลาดเลือกใช้ครีมรักษาฝ้า และไม่หลงคำโฆษณาชวนเชื่อจากพ่อค้า-แม่ค้า

ที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง! แต่ถ้าหากคุณยังไม่รู้จะเลือกใช้ครีมรักษาฝ้าตัวไหนที่ปลอดภัย ไร้สารเคมี

 

รับข่าวสาร สุขภาพและความงาม Line@beauty.good 

14bfe37d26cceba0dd87acb5862d4e94.jpg