เซรั่มต่างจากครีมยังไง ?

เซรั่มต่างจากครีมยังไง? ใช้แทนกันได้ไหม ใช้อะไรก่อน-หลัง หรือเลือกอย่างไรให้ถูกต้อง คำถามเหล่านี้อาจเป็นข้อค้างคาใจของใครหลายๆคน ซึ่งต่อไปนี้จะเป็นคำตอบเพื่อเคลียร์ความข้องใจนี้

เซรั่มต่างจากครีมยังไง?

เซรั่ม (SERUM) จะมีลักษณะทางโมเลกุลเล็กกว่าเนื้อครีม และ เต็มไปด้วยสารอาหารที่เข้มข้นกว่าครีมเยอะมาก นอกจากนี้เนื้อของเซรั่มยังมีความบางเบามากกว่า จึงสามารถดูดซึมได้ลึกถึงผิวชั้นในได้อย่างรวดเร็ว เซรั่มบางตัวดูดซึมได้ถึงระดับโครงสร้างผิวเลยทีเดียว ซึ่งหากเป็นครีมจะไม่สามารถทำได้แบบนี้ เมื่อลองใช้เซรั่มจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงของ ผิวได้ชัดเจนกว่าครีมมาก จึงทำให้เซรั่มมีราคาแพงกว่าครีม

ครีม (CREAM)  จะมีลักษณะเด่นเป็นการผสมน้ำให้เข้ากับน้ำมัน เพื่อทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น เวลาทาครีมจึงรู้สึกได้ถึงความเหนียวเหนอะหนะ ดูดซึมเข้าผิวได้ช้า ที่สำคัญครีมไม่สามรถซึมเข้าสู้ผิวชั้นในได้ ดังนั้นการใช้ครีมบำรุงจึงเห็นผลได้ช้ากว่าการใช้เซรั่มและมีราคาถูกกว่า ปกติครีมจะเหมาะสำหรับคนที่ผิวปกติ และ ผิวแห้ง ไม่เหมาะกับผิวมันเท่าไหร่ เนื่องจากจะทำให้ผิวยิ่งมันเพิ่มขึ้น

คุณสมบัติที่แตกต่างกัน ของเซรั่มและครีม

  1. เซรั่มอุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆมากมายอัดแน่นอยู่จึงเห็นผลได้รวดเร็วกว่าครีมมาก
  2. เซรั่มบำรุงผิวได้ลึกถึงผิวชั้นในโครงสร้างผิว ส่วนครีมให้ความชุ่มชื้นในระดับผิวชั้นนอก
  3. 3. เซรั่มมีเนื้อบางเบา จึงดูดซึมได้เร็วกว่าครีม และไม่เหนียวเหนอะหนะ เมื่อเทียบกับการใช้ครีม
  4. 4. เซรั่มให้ความชุ่มชื้นกับผิวน้อยกว่าครีม แต่ก็สามารถช่วยควบคุมความมันได้อย่างดี
  5. เซรั่มมีราคาสูงกว่าครีม เพราะกรรมวิธีในการผลิตยุ่งยากกว่า และปริมาณในการใช้น้อยกว่าแต่ได้ผลดีกว่าครีมหลายเท่า

ขั้นตอนการใช้ครีม เซรั่มที่ถูกต้อง

ขั้นตอนการใช้ครีม เซรั่มและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอื่นๆจะสรุปง่ายๆ คือ

โทนเนอร์ > บูสเตอร์ > อายครีม > เซรั่ม > เอสเซนส์ > เจล > ครีม > อีมัลชั่น > กันแดด > รองพื้น > เมคอัพ

หากมีแค่ครีมและเซรั่มสองตัวก็ให้ใช้เซรั่มทาก่อนแล้วค่อยตามด้วยครีม แต่หากใช้โดยไม่ลำดับก่อนหลัง ก็จะลดประสิทธิภาพของการบำรุงผิวลง เช่น จากที่เซรั่มบำรุงให้ผล 100% แต่ใช้ผิดขั้นตอน มันอาจทำงานได้แค่ 50% เพราะอีกตัวไปขัดขวางการดูดซึมนั่นเอง

วิธีทาเซรั่มที่ถูกต้อง

  1. ล้างหน้าให้สะอาด

ก่อนใช้เซรั่มบำรุงผิวควรล้างหน้าให้สะอาดก่อนเพื่อเซรั่มจะได้ซึมซาบลงผิวได้อย่างล้ำลึกแบบไม่มีอะไรมาขวางกั้น

  1. ทาเซรั่มตอนหน้ายังไม่แห้ง

หลังจากล้างหน้าแล้วซับหน้าเบาๆ จากนั้นทาเซรั่มเพียงเล็กน้อยประมาณ 2-3 ปั๊ม แตะ 5 จุด บนใบหน้า คือ หน้าผาก ปลายจมูก คาง และแก้มทั้งสองข้าง เกลี่ยและทาให้ทั่ว

  1. นวดและตบเบาๆ

เมื่อแต้มเซรั่มบำรุงผิวแล้ว ให้ทาวนทั่วใบหน้าเพื่อให้เซรั่มซึมซับเข้าสู่ผิวได้ดี อาจเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการตบหน้าเบาๆ ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเซลล์ผิวให้ทำงานดีขึ้น

วิธีทาครีมให้ได้ผล

สำหรับใบหน้าจะมี 3 วิธีหลักๆคือ

วิธีที่ 1 ตบๆ ให้ครีมซึมเข้าผิวแบบอ่อนโยน

วิธีนี้ให้บีบครีมลงบนฝ่ามือก่อน แล้วใช้ฝ่ามือถูๆกันเพื่อเพิ่มความอุ่นให้กับครีม จากนั้นค่อยเอาฝ่ามือตบเข้าไปเบาๆ ที่ผิวหน้า สำหรับเหตุผลที่ต้องถูครีมในฝ่ามือให้อุ่นก่อน เพื่อช่วยให้ครีมซึมเข้าสู่ผิวได้เร็วขึ้น

วิธีที่ 2 ถูวนให้ครีมเข้าผิว

วิธีนี้เริ่มจากบีบครีมลงนิ้วมือ แล้วแต้มเป็นจุดๆ ให้ทั่วผิวหน้า นั่นคือ หน้าผากหนึ่งจุด แก้มสองข้าง ข้างละจุด จมูกหนึ่งจุด  และคางอีกจุดหนึ่ง จากนั้นใช้นิ้วมือทาวนๆ ให้เนื้อครีมเข้าสู่ผิว  แต่ควรระวังคือ อย่าทา หรือถูแรงเกินไปเพราะผิวอาจระคายเคืองได้

วิธีที่ 3 แตะครีมลงผิวเบาๆ

วิธีนี้เริ่มจากทาครีมแบบธรรมดา แต่ค่อยๆ เอานิ้วตบๆ แตะๆ เบาๆ ลงบนผิวหน้า  ซึ่งวิธีนี้จะช่วยกระตุ้นให้เลือดบริเวณผิวไหลเวียนได้ดี ผิวจึงดูเปล่งปลั่งมากยิ่งขึ้น

วิธีทาครีมที่คอ ให้ใช้ครีมปริมาณเท่ากับใบหน้า โดยเริ่มทาจากบริเวณฐานลําคอ ค่อย ๆ ใช้ปลายนิ้วลูบไล้ผ่านเนื้อครีมขึ้นไปจากล่างขึ้นบนคอ

วิธีทาครีมหน้าอกและลำตัว เริ่มจากบีบครีมลงบนฝ่ามือ แล้วให้ใช้ปลายนิ้วลูบวน ๆ ให้ทั่วเนินอก แล้วไล่ไปหน้าท้อง และทาที่แผ่นหลัง

วิธีทาครีมที่แขน ควรทาที่บริเวณต้นแขนในส่วนของท้องแขนก่อน แล้วจึงค่อย ๆ ทาวนขึ้นไปยังบริเวณหลังแขน โดยใช้ปลายนิ้วค่อย ๆ ลูบไล้ เพื่อให้เนื้อครีมเข้าสู่ผิว

วิธีทาครีมบริเวณขาและเท้า เริ่มจากทาครีมบริเวณต้นขาก่อน แล้วจึงค่อย ๆ ทาลงไปยังที่ปลายขา โดยเน้นบริเวณหน้าแข้งทั้งสองข้าง ที่สำคัญอย่าลืมทาครีมที่บริเวณเท้าทั้งสองข้างด้วย

ทั้งหมดนี้น่าจะไขความข้องใจเกี่ยวกับคำถามที่ว่าเซรั่มต่างจากครีมยังไง และคำถามอื่นๆได้แล้ว จึงน่าจะใช้เซรั่มและครีมได้อย่างถูกต้อง หากใครจะซื้อ เซรั่มและครีมก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียเงินไปฟรี ๆ พร้อมกับเตรียมรอรับสภาพผิวที่ดูดีขึ้นสวยใสอย่างที่ต้องการ


รับข่าวสาร สุขภาพและความงาม Line@beauty.good

14bfe37d26cceba0dd87acb5862d4e94.jpg